7 ความเข้าใจก่อนตัดสินใจดูดไขมัน (Liposuction)

     ในหน้าบล็อคนี้หมอหนึ่งอยากแนะนำในส่วนการดูดไขมันในส่วนตัวนั้น สามารถทำได้หลายจุดเยอะแยะมาก บางท่านที่หมอเคยคุยด้วย เข้าใจผิดคิดว่าดูดไขมันสามารถทำได้แค่บริเวณหน้าท้องและลำตัวเท่านั้น 

     จริงๆ แล้วสามารถดูดได้ทั้งตัวเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ต้นแขน, ต้นขา, หน้าท้อง, ปีกหลัง, น่อง สามารถดูดได้หมดเลยค่ะ เพราะเรื่องของเซลลูไลท์และไขมันส่วนเกินไม่เข้าใครออกใครนะคะ จากประสบการณ์ของหมอที่ทำเคสมาไม่ต่ำกว่า 500 เคส หากกินแล้วเราเผาผลาญไม่หมด บอกเลยค่ะว่าถึงบางคนถึงจะตัวเล็กแต่มีเซลลูไลท์ได้ทั้งนั้น ยิ่งไขมันด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง เขาจะสะสมในร่างกายมาให้เราไว้ใช้อบอุ่นในหน้าหนาว ซึ่งเป็นกลไกของร่างกายที่เราไม่ต้องการในภูมิอากาศของเมืองไทยเลย

     หมอเชื่อว่าหลายคนที่สนใจหรือตัดสินใจแล้วว่า ฉันจะดูดไขมัน ต้องหาข้อมูลมากันเยอะแล้ว ทั้งรีวิว ทั้งข้อมูลจากหลายๆเว็บ โทรสอบถามผู้เชี่ยวชาญในหลายๆที่ แต่ก็ยังลังเลและกังวลใจอยู่ ในบางเรื่องในที่นี้หมอขอแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับ 7 ข้อสงสัยเสริมความเข้าใจที่หมอหนึ่งได้ยินบ่อยๆ อยากนำมาบอกเล่าเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ และความเข้าใจเรื่องการดูดไขมันให้ง่ายขึ้น มีเรื่องอะไรบ้างลองอ่านกันดูนะคะ

หมอหนึ่งดูดไขมันหน้าท้องต้นขา (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับบุคคล)

หมอเรียกว่าเป็นผลพลอยได้จากการดูดไขมันจะดีกว่าค่ะ เพราะไม่ได้มีผลมากเหมือนการลดน้ำหนักจริงค่ะ ในความเห็นของหมอแล้วการดูดไขมันกับการลดน้ำหนักนั้น เป็นคนละเรื่องกันนะคะ

บางคนคิดว่าการดูดไขมันจะช่วยเรื่องลดน้ำหนัก หรือทำให้น้ำหนักเราลดลงได้ทีละมากๆ แต่จริงๆแล้วการดูดไขมันเป็นแค่ทางเลือกหนึ่งในการ “ลดสัดส่วน” โดยการนำไขมันที่เกินมาจากบริเวณต่างๆเช่น ต้นขา ต้นแขน เป็นต้น เพื่อกระชับและลดขนาดของอวัยวะให้มีรูปร่างที่ดีขึ้น เพรียวขึ้นเหมาะแก่การใส่เสื้อผ้าได้สวยขึ้น ซึ่งการดูดไขมันอาจช่วยให้น้ำหนักของคนไข้ลดลงได้บ้างแต่ไม่ใช่ลดฮวบแบบ 10 kg หมอแนะนำเป็นวีธีนี้จะดีกว่าค่ะ ดูดไขมันและดูแลควบคู่กับการคุมอาหารทำให้ไขมันที่สะสมลดลงได้ง่ายขึ้น (ผลจะขึ้นอยู่กับวินัยและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล)

     เชื่อว่าหลายคนกลัวเรื่องของการดูดไขมัน เพราะคิดว่าการดูดไขมันคือการผ่าตัดชนิดหนึ่ง ต้องบอกเลยค่ะว่าในยุคนี้เทคโนโลยีในการดูดไขมันมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และมีความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้น ในด้านความเสี่ยงเรียกว่ามีน้อยลงมากทีเดียว ซึ่งขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวของคนไข้ทั้งก่อนและหลังทำว่าต้องทำตามหมอแนะนำอย่างเคร่งครัด การดูดไขมันในปัจจุบันจึงไม่น่ากลัวเหมือนเมื่อก่อน และการเลือกสถานบริการความงามและเครื่องมือยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ด้วย นอกจากนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็มีส่วนสำคัญ ก่อนดูดไขมันทุกครั้งเราก็ควรจะศึกษาหรือหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจด้วยค่ะ

   สำหรับเครื่องดูดไขมันในปัจจุบันนั้นก็มีมีหลากหลาย Vaser Smooth 2.2โดยเครื่องที่หมอเลือกใช้คือเครื่องที่ชื่อว่า Vaser Smooth รุ่น 2.2 เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ช่วยเรื่องดูดไขมันได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะช่วยดูดไขมันแล้วยังช่วยไม่ให้ผิวหลังจากดูดไขมันเสร็จเป็นคลื่นเหมือนกับเครื่องทั่วๆไป ไม่ทำลายเส้นเลือดและเส้นประสาท อาการบวมช้ำน้อย ฟื้นตัวเร็ว ในเคสของหมอบางท่านดูดเสร็จกลับไปนั่งทำงานได้ตามปกติ (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

  1. งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แอลกอฮอลล์อย่างน้อย 5 วัน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและอาการบวมที่ยาวนานกว่าปกติ (กรณีผ่าตัดใหญ่ให้งดบุหรี่หลังผ่าตัด 1 เดือน)
  2. งดยากลุ่มแอสไพริน (aspirin) หรือไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) หรือยาอื่นที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยารักษาโรคไซนัส ยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของยาดังกล่าว อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัดเพื่อลดอาการฟกช้ำจากปัญหาเลือดคั่งหลังการผ่าตัด หากจำเป็นให้ใช้ยาพาราเซตามอนในการแก้ปวดเท่านั้น
  3. งดยา สมุนไพร และอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามิน A และ E อย่างน้อย 7 วัน เนื่องจากทำให้เลือดหลุดไหลยาก และเป็นอุปสรรคในการทำผ่าตัด เช่น ผงชูรส กระเทียม หัวหอม ถั่วเหลือง อีฟนิงพริมโรส คลอโรฟิลด์ ยาลดความอ้วน ยาต้านอาการซึมเศร้า อัลมอนด์แอปเปิ้ล ผลไม้ตระกูลเบอรี่ แตงกวา ขิง มะเขือเทศ
  4. แจ้งประวัติการแพ้ยา อาหารเสริมที่รับประทานอยู่ และโรคประจำตัว
  5. งดน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด และควรอาบน้ำ สระผมให้สะอาด
  6. ให้ใส่เสื้อผ้า หลวมๆ เสื้อควรเป็นเสื้อที่มีกระดุมหน้า หรือซิบหน้า เพื่อสะดวกในการเปลี่ยนหลังการดูดไขมันเสร็จ
  7. ชุดชั้นใน ให้ใส่แบบที่สามารถใส่แล้วทิ้งได้ เสื้อควรเป็นเกาะอก

การดูดไขมันไม่จำเป็นต้องวางยาสลบนะคะ เพราะสามารถใช้แค่ยาชาเท่านั้น ในขณะที่ทำคนไข้สามารถโต้ตอบกับหมอได้เลยโดยไม่มีความรู้สึกในส่วนที่ทำเลย ฉะนั้นไม่ต้องห่วงสำหรับคนที่แพ้การดมยาสลบเลยค่ะ เพราะหมอใช้ยาชาก็เอาอยู่จ้า

ขั้นตอนในการดูดไขมันเรียกได้ว่าไม่ยุ่งยากแต่หมอใส่ใจทุกขั้นตอน เพื่อผลลัพทธ์ตามความต้องการของคนไข้และความปลอดภัยสูงสุด ส่วนจะมีขั้นตอนอย่างไรบ้างมาดูกันค่ะ

  1. ขั้นตอนการประเมิน ถือเป็นขั้นตอนแรกเลยเพราะหมอจะพูดคุยกับคนไข้ด้วยตัวเองทุกเคส สอบถามรายละเอียด และการดูแลตนเองก่อนมาเข้ารับบริการว่าทำตามหรือไม่อย่างไร หากมีความเสี่ยงหมอก็จะไม่ดำเนินการเด็ดขาด เพราะความปลอดภัยของคนไข้คือสิ่งสำคัญ โดยการประเมินในขั้นตอนแรกนี้หมอจะ Mark จุดที่ต้องการและวาดรายละเอียดส่วนที่ต้องการดูดไขมัน
  2. ถ่ายภาพ Before ก่อนเข้ารับการดูดไขมันหมอจะให้คนไข้ถ่ายภาพก่อนทำทุกเคส เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้อย่างใกล้ชิด
  3. เตรียมตัวเข้าห้องโดยจะให้ผู้ช่วยแพทย์ทำการฉีดยาชาในตำแหน่งที่ต้องเปิดแผลเข้าไปดูดไขมันขั้นตอนนี้อาจเจ็บเล็กน้อย เหมือนการฉีดยาทั่วๆไป
  4. ทำการเปิดแผล ซึ่งแผลในการดูดไขมันจะเปิดเป็นแผลขนาดเล็กเพื่อที่จะใส่อุปกรณ์เข้าไปใส่ยาชา
  5. ทำการใส่น้ำเกลือผสมยาชาเข้าไปบริเวณที่เปิดปากแผลไว้ผ่านอุปกรณ์ เพื่อให้คนไข้สบายๆ บริเวณสลายไขมัน
  6. เข้าสู่ขั้นตอนการสลายไขมันโดย Vaser 2.2 ซึ่งเป็นการสลายจากไขมันก้อนใหญ่ให้เป็นอณูเล็กๆแล้วดูดออกมาทางท่อผ่านอุปกรณ์เครื่องมือ ไปยังโถเก็บไขมันซึ่งไขมัน ซึ่งไขมันของแแต่ละคนจะออกมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันแต่ละท่าน แต่หมอหนึ่งดูดเก็บงานเต็มที่ค่ะ ออกมาคุ้มปริมาณเต็มความจุแน่นอน
  7. หลังจากสลายไขมันเสร็จหมอก็จะทำการปิดปากแผล แล้วแต่เคส บางเคสก็เย็บปากแผลบางเคสก็ไม่เย็บ ซึ่งมีข้อดีแตกต่างกัน
  8. เข้าสู่ขั้นตอนการแนะนำหลังจากดูดไขมันต่างๆ
  1. ทำแผลวันละครั้ง ตามคำแนะนำของคุณหมอ
  2. ใช้พาสเตอร์กันน้ำ แปะแผลก่อนอาบน้ำทุกครั้ง
  3. อย่าให้แผลโดนแดด เพราะอาจจะทำให้แผลเกิดดำได้
  4. ใส่กางเกงกระชับสัดส่วนตลอด 24 ชม.ใน 3 วันแรก และหลังจากนั้นใส่เพียงวันละ 12 ชม. เพื่อให้เลือดไหลเวียน
  5. ใส่กางเกงกระชับสัดส่วนเสมอเพื่อให้ผิวกระชับได้เร็วขึ้น
  6. หากมีแผลด้านใน บริวเวณขา พยายามไม่ให้แผลโดนปัสสาวะ เพี่อป้องกันการติดเชื้อ
  7. งดกิจกรรมหนัก เพื่อป้องกันแผลเปิดสักระยะ
  8. งดทานของเค็ม และแอลกอฮอล์ รวมถึงของหมักดอง เพื่อไม่ให้แผลหายช้า
  9. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และทางคลินิกอย่างเคร่งครัด